ไข่นกไฟร์เบิร์ด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สืบเสาะ : ประมวลมาเล่า

โดย

แบรี่Ý เจนนิงส์

 

 

 

 

เรื่องจริงแท้แน่นอนเรื่องหนึ่งในมวลหมู่มนุษย์เราทั้งผองก็คือ เราต่างสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับเรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติกันคนละไม่มากก็น้อย เรื่องราวต่อไปนี้เกิดขึ้น ณ กองไฟกองหนึ่งเมื่อครั้งÝÝÝÝÝÝ บรรพกาลนานแสนนานมาแล้ว เรื่องมีอยู่ว่า ยังมีหัวหน้าเผ่าผู้หนึ่งซึ่งดูแลบริวารหนึ่งร้อยกับสิบเอ็ดชีวิต (หัวหน้าเผ่าผู้นี้เป็นทั้งหมอรักษาโรคและนักเล่านิทาน) ได้นำความฝัน ณ ราตรีหนึ่งซึ่งสร้างแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่แก่ตนออกมาเผย

 

ในรัตติกาลอันเย็นยะเยือก ขณะที่ชนในเผ่าทุกคนนั่งห้อมล้อมกองไฟจากไม้เนื้อหอมท่อนใหญ่บนลานกว้างกลางภูเขาเขียวขจี เรื่องราวที่ผู้เฒ่าเผยเป็นดังนี้

 

ìข้าฝันเห็นนกไฟร์เบิร์ด นึกดูแล้วเหมือนกับไม่ใช่ความฝัน ข้าหมายความว่ามันช่างเหมือนกับข้าพบเหตุการณ์นี้จริง ๆ ในเวลาที่ข้าหลับ มันเริ่มจากจู่ ๆ ถุงอาหารทำด้วยหนังของข้าระเบิดแล้วลุกเป็นไฟ ข้ารีบคว้ามันไปยังลำธารทางโน้นเพื่อดับไฟ แต่ระยะทางดูเหมือนช่างไกลแสนไกลเสียเหลือเกิน และข้าก็ช่างวิ่งได้แสนจะเชื่องช้าปานลมหายใจของคนที่หลับสนิท ไฟก็ลุกลามจวนจะเผาร่างทั้งร่างของข้า ข้าก็เลยเหวี่ยงมันลงในหลุมทิ้งกระดูก

 

ทันทีที่เปลวไฟสัมผัสสิ่งที่อยู่ในหลุมก็ลุกโชติช่วงเป็นลำสวยสดงดงาม จากนั้นลำเพลิงก็ม้วนขดเป็นวงระเบิดประกายเจิดจ้าระยับตาพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า และแล้วข้าก็เห็นนกยักษ์ตัวหนึ่งสีดำทมึนตัดกับประกายเจิดจ้าของดวงดาวดารดาษในคืนข้างแรม ขณะที่มันโผบินลงมาตามลำเพลิงอันโชติช่วงราวกับพญาอินทรีย์ ëโผบินกลับสู่รวงรังนั้น ลำเพลิงก็พวยพุ่งขึ้นสู่สรวงสวรรค์แล้วค่อย ๆ ดับ และเย็นลงม้วนตัวเป็นรูปโคนเถ้าธุลีอันสวยงามยามอากาศสงัดลม และเมื่อสุริยาสาดลำแสงทาบท้องฟ้าครบสามครั้งแล้วปรากฎพระจันทร์เสี้ยวอันน่าพิศวงÝ ตลอดเวลานั้นพวกเจ้าพากันหลับไหลโดยถ้วนหน้า แต่ข้าได้ยินเสียงเพลง เสียงกลอง คำร้องในเพลงจากวิหกมหัศจรรย์ ไพเราะโหยหวนด้วยอาการร่ำไห้ยามเจ้านกแสนสวยมอดไหม้ท่ามกลางเปลวอัคคี

 

หัวของมันเหมือนหัวไก่ตัวผู้ ขนสีแดงสด ดวงตาโตสีดำสนิทมีหยดน้ำตาใสราวเกล็ดเพชรไหลÝ พรั่งพรู หลังโค้งดังเสี้ยวดวงจันทร์ ขนหางเป็นสีรุ้งเปล่งประกายระยับ เล็บน่าเกรงขามเป็นสีดำเรียวยาวประกอบด้วยเดือยแหลมคนมันวาว ตลอดระยะเวลานั้นพวกเจ้าต่างหลับไหล ท่ามกลางความหลับไหลนั้นปรากฎบทเพลงอันยิ่งใหญ่ของเจ้านกไฟร์เบิร์ด

ÝÝÝÝÝÝÝÝÝÝÝÝÝÝÝÝÝÝÝÝÝ

ëเราคือนกไฟร์เบิร์ด

เรากำเนิดจากขุนเขาแก้ว

เป็นขุนเขาใจกลางดวงสุริยะ

เรามาเพื่อนำทางดวงวิญญาณ และมวลมนุษย์

นำแสงสว่างและความรักรวมทั้งของกำนัลเหนือความคาดหมาย

เรามาสู่ไฟศักดิ์สิทธิ์นี้

ทุกทุกห้าร้อยขวบปี

มาเพื่อพลีชีวิต : ขณะที่มอดไหม้

เราจะเปล่งเสียงเพลงแห่งความงามและความเจ็บปวด

จากความรู้สึก

เราคือนกไฟร์เบิร์ด

เลือดของเราบำรุงเลี้ยงดวงวิญญาณ

ในยามที่อาหารบำรุงเลี้ยงร่างกาย

เราเห็นแสงจันทร์บนดาวพฤหัส

เราเริงระบำรอบวงแหวนของดาวเสาร์

เราโผบินข้ามขอบฟ้ากว้าง

เฝ้ามองดาวตกร่วงพรูลงบนพื้นผิวดาวเหนือ

เราเป็นประจักษ์พยานแห่งการเกิดและการตาย

ของสรรพชีวิต

เราได้ยินเสียงลูกไก่กำลังจิกเปลือกไข่เพื่อออกมาดูโลก

ได้ยินเสียงไหลเชี่ยวกรากดุดันของธารน้ำหลายสาย

เสียงผืนพสุธากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

ยามแผ่นดินไหวหลั่งน้ำตา

ได้ยินแม้กระทั่งเสียงแห่งความเงียบเบื้องบน

หิมะปกคลุมขุนเขาไกลโพ้น

เราคือนกไฟร์เบิร์ด

เราได้ยินสรรพสำเนียง

เรานำปัญญามาสู่โลกí

 

และแล้ว เจ้านกผู้ยิ่งใหญ่ก็หันหน้ามาจ้องดูข้า ในขณะที่ร่างของมันมอดมลายลง บทเพลงยังบรรเลงต่อไป ;

 

ëปัญญานั้นไม่สูญสลายไปกับความเจ็บปวดÝ ด้วยเหตุนี้ทุกอย่างจึงง่ายขึ้น แต่โอกาสที่เราจะมาหาท่านอย่างนี้ไม่มีอีกแล้ว เราจึงนำสิ่งที่กำเนิดจากตัวเรามาให้ท่านผู้มีนามสัมพันธ์กับเรา, ลาก่อนÖí

 

พูดขาดคำ ศีรษะนั้นก็ซบเข้าหาเปลวไฟและอันตรธานไปในพริบตาî

 

ขณะนี้หัวหน้าเผ่าผู้เป็นทั้งหมอยาและนักเล่านิทานหยุดพักหายใจชั่วขณะ ดวงตาทั้งคู่ปรากฎน้ำตาไหลพราก

 

ìพี่น้องที่รักของข้า ท่ามกลางความหลับไหลของพวกเจ้าอันเป็นยามนิมิตแห่งข้า สิ่งที่เกิดขึ้นแก่กองเถ้าธุลีสีขาวโพลนนั้นก็คือพอแสงอาทิตย์สาดส่องมาต้องมันครบสามคราธุลีทั้งสิ้นนั้นก็กลายสภาพคืนมาเป็นนกวิเศษตัวเดิมโดยสมบูรณ์ เป็นดังนั้นแล้วมันก็เปล่งเสียงขึ้นว่า ; ìลาก่อน ลาก่อนÝÝÝÝÝÝÝ ลาก่อน !!!îÝÝ และด้วยการขยับปีกอันทรงพลังเพียงสองสามครั้ง พญานกก็ผกโผนขึ้นสู่ฟากฟ้าด้วยความเร็วประดุจสายฟ้าแลบ จากนั้นข้าก็รู้สึกตัวตื่นขึ้น รู้สึกพิศวงงงงันไปกับภาพที่เพิ่งผ่านไป ถุงอาหารยังอยู่ข้างกายข้า แต่เมื่อข้ามาดูที่หลุมกระดูก ข้าต้องตกตลึงสุดชีวิตก็เพราะว่ามันปรากฎแก่สายตาข้าตามที่เจ้าทั้งหลายได้เห็น นั่นก็คือมันกลายเป็นกองเถ้าธุลีขาวโพลนดังหิมะ

 

ดังที่เจ้าต่างก็รู้แล้วว่า ตอนที่ข้าเกิด แม่ของข้าผู้มีชื่อว่า ìจันทราî อุ้มข้าไปชำระตัวในแม่น้ำซึ่งข้าคว้าดินครึ่งกำมือมากลืนกิน ข้าเลยได้ชื่อว่า ìดินî

 

ณ บัดนี้ถึงเวลาที่ข้าจะพิสูจน์ความฝันของข้า ข้าและลูกชายคนที่สองคือเจ้า ìกวางแดงî จะเดินทางไปก่อนอรุณรุ่งพรุ่งนี้ เจ้า ìนกฮูกฉลาดî ลูกชายคนโตของข้าจะทำหน้าที่หมอยาและนักเล่านิทานแทนข้า

 

จากนั้นท่านผู้นำและลูกชายคนรองจึงเข้านอนโดยมีเงื่อนไขอยู่ว่าจะต้องตื่นขึ้นหลังจากที่สัมภาระเดินทางได้รับการตระเตรียมเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเหล่าบริวารก็ได้สนองโดยปลุกทั่งสองก่อนอรุณรุ่งประมาณสองชั่วโมง มอบสัมภาระทุกชนิดในการเดินทาง แล้วเอ่ยว่า

 

ìท่านหัวหน้า ëดินí ผู้ทรงเกียรติ พวกเรารักท่านมากจนยากที่จะเห็นท่านจากเราไปได้ พวกเราจะรอท่านและลูกชายผู้ทรงเกียรติของท่าน ว่าแต่ว่าท่านพอจะเล่าให้พวกเราฟังถึงความฝันที่เกิดขึ้นกับท่านเมื่อคืนนี้ได้ไหมครับî

 

หัวหน้า ëดินí ถอนหายใจพร้อมกับตอบว่า ìโอ ได้ซิ ข้าฝันประหลาดÖสุดประหลาด ข้าฝันเห็นฝูงนกหินยักษ์บินอยู่เหนือเมฆโดยไม่ขยับปีก มีเปลวไฟส่งเสียงกระหึ่มอยู่ใต้พวกมัน พวกเจ้าทั้งหลายนั่งบนแผ่นหนังอันสวยงามล้ำค่าภายในตัวนก ต่างกินและดื่มอยู่อย่างสงบ ชนต่างเผ่านั่งบนแผ่นหนังที่สว่างนวลดั่งแสงจันทร์ พวกเราพูดกับก้อนกรวดซึ่งส่งเสียงพูดต่อกันไปก้อนแล้วก้อนเล่า ศีรษะของชนเผ่านั้นมีละอองน้ำลูกใหญ่ครอบอยู่ พวกเขากำลังโดยสารไปภายในตัวนกหินยักษ์เพื่อมุ่งสู่ดวงจันทร์ และรูปภาพต่าง ๆ เช่นที่เราวาดไว้ในถ้ำศักดิ์สิทธิ์พากันขยับเคลื่อนไหวไปท่ามกลางแสงและสีเหมือนมีชีวิต มีสิ่งประหลาดอื่น ๆ อีกมากมายจนข้าบรรยายไม่ถูก

 

ตลอดเวลานั้นก็มีเสียงเหมือนฟ้าผ่า และเสียงคล้ายก้อนหินกระทบกันหลายก้อน เสียงนกและแมลงรวมทั้งเสียงแปลก ๆ ในห้วงแห่งภวังค์ในฝันของข้า

 

แล้วเรื่องราวนี้ก็ถูกเล่าสืบต่อกันมา หัวหน้า ëดินí และ ëกวางแดงí ลูกคนรองก็ออกเดินทางย้อนแสงตะวันก่อนรุ่งสางตามลิขิตแห่งนกไฟร์เบิร์ดไปเป็นเวลานานหลายราตรี

 

ขณะที่หัวหน้า ëดินí และ ëกวางแดงí ไม่อยู่นั้น ëอานิí ภรรยาของ ëนกฮูกฉลาดí บุตรชายคนโตของหัวหน้า ëดินí ก็ให้กำเนิดทารกฝาแฝดชายหญิง ëเร็นí และ ëออร์คาí (Ren and Orca) ตามลำดับ เมื่อทั้งคู่เติบโตขึ้นก็พากันไปเล่นที่ลานกว้างกลางหุบเขาข้างลำธาร ที่ซึ่งปรากฎในฝันของท่านปู่ผู้ชราอันได้ชื่อว่า ภูเขาไฟร์เบิร์ด ëเร็นí และ ëออร์คาí เป็นเด็กเฉลียวฉลาด ช่างคิดช่างประดิษฐ์ ครั้งนี้เป็นครั้งที่เก้าที่ทั้งคู่มาเล่นที่นี่

 

สองพี่น้องได้ยินเรื่องของนกไฟร์เบิร์ดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ชอบนำดินในแม่น้ำมาปั้นเป็นรูปต่าง ๆ แล้วตากให้แห้งกับแสงอาทิตย์Ý ครั้งนี้ ëออร์คาí เกิดความคิดที่จะปั้นไข่นกไฟร์เบิร์ดแล้วทำให้กลวงขณะที่เธอถกเถียงกับพี่ชายถึงเรื่องราวที่เล่าขานกันสืบมา

 

ëออร์คาí จัดแจงปั้นไข่นกแล้วผ่าออกเป็นสองซีก นำไปตากแดดแล้วก็ต้องตื่นเต้นเมื่อหนูน้อยÝÝÝÝÝ ทั้งสองได้สร้างสิ่งที่เชื่อมโยงระหว่างนกกับดิน (นำดินมาปั้นไข่นก) เพราะหลังจากตากแดดจนแห้ง ทั้งคู่นำผลงานมาเผาไฟต่อก็มีผลว่า มันแตกสลายจนไม่มีอะไรเหลือ ตรงตามที่ความฝันของพ่อเฒ่าทุกประการ

 

แต่ ëออร์คาí และ ëเร็นí ยังค้นคิดกันต่อไป จน ëเร็นí คิดออก : บางทีไข่อาจจะแตกเพราะลูกนกที่อยู่ข้างในหาทางออกไม่ได้กระมังนะ ถ้างั้นเราจะเจาะข้างในให้เป็นโพรง

 

ตลอดราตรีที่เผางานปั้น สองพี่น้องกระหายใคร่รู้ผลจนแทบนอนไม่หลับ เมื่อไปคุ้ยเขี่ยดูตอนก่อนรุ่งอรุณจึงพบว่าไข่ที่ปั้นแข็งด้วยความร้อนเหมือนกับทำด้วยไม้ เมื่อมันเย็นลง ëออร์คาí จับมันขึ้นมาส่องดูในโพรงพลางร้องเรียกให้ลูกนกออกมา เมื่อไม่เห็นอะไร ëเร็นí จึงหยิบไข่ขึ้นมาพลางผิวปากเรียก ผิวไป ๆ จนรูที่เจาะไว้มาแตะริมฝีปากล่างของพ่อหนูน้อย

 

ซึ่งนั่นทำให้เกิดเสียงอันไพเราะออกมาจากโพรงไข่ ëเร็นí ถึงกับตลึงในความไพเราะนั้นจนทำให้ไข่หลุดจากมือตกลงบนพื้นศิลาแตกออกเป็นสองซีก

 

สองพี่น้องนำดินเผาทั้งสองซีกไปวางในหลุมโคลนข้างลำธารซึ่งทำให้ทั้งคู่ทราบว่าซีกดินเผานั้นสามารถเก็บน้ำไว้ได้ตลอดวันโดยตัวมันไม่เปื่อยยุ่ย ñ นั่นหมายถึงกำเนิดของภาชนะดินเผา ทั้งคู่เล่าเรื่องนี้ให้ ëอานิí มารดาฟัง นางก็เลยพาเพื่อน ๆ และญาติมาชุมนุมกันแล้วปั้นถ้วยชามรวมทั้งสิ่ง ต่าง ๆ มากมาย และนำไปเผาเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับดำเนินชีวิตพร้อม ๆ ไปกับการสร้างเสียงดนตรีอันไพเราะจากไข่นกไฟร์เบิร์ดÝ ดังนั้นชาวเผ่าทั้งมวลจึงจัดงานฉลองอันยิ่งใหญ่เนื่องจากนับจากกาลบัดนั้น พวกเขาจะสามารถเก็บรักษาอาหารและพืชพันธุ์ให้ปลอดภัยจากสัตว์และแมลงที่เคยมารบกวนไว้ได้

 

ขณะที่ฉลองใหญ่กันนั้นเอง ผู้เฒ่า ëดินí และ ëกวางแดงí ก็กลับมาเพิ่มความครึกครื้นให้งานยิ่งขึ้นÝ ผู้เฒ่า ëดินí ยิ้มแฉ่งขณะที่พูดขึ้นว่า ;

 

ìเอาล่ะ พี่น้องของข้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ëออร์คาí และ ëเร็นí หลานรักทั้งสองผู้ค้นพบของขวัญวิเศษจากนกไฟร์เบิร์ด ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ เจ้า ëกวางแดงí กับข้าได้พบการเผชิญภัยอันยิ่งใหญ่และได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างบนโลกกว้าง ประโยชน์ที่ได้รับจากการเดินทางครั้งนี้มากมายเกินจะนำมาใช้ตลอดชั่วชีวิตของเราทั้งคู่ ข้าจะเล่าให้เจ้าฟังแน่นอน แต่ตอนนี้ขอรอไว้ก่อนî

 

ว่าแล้วผู้เฒ่าก็ชูถ้วยเหล้าดินเผาขึ้นสูงระดับศีรษะ ìพี่น้องที่รักของข้าî ผู้เฒ่าเอื้อนเอ่ยขึ้น ìข้าขอดื่มให้แก่เจ้าทุกคน : ขอดื่มให้แก่หลานรัก ëออร์คา และ เร็นí พร้อมทั้งสิ่งที่เจ้าหนู้น้อยทั้งสองค้นพบ ëไข่นกไฟร์เบิร์ดíî

 

บรรดาชนเผ่าทุกผู้ทุกนาม บ้างเปล่งเสียงหัวเราะ บ้างร้องไห้ บ้างโห่ร้องอย่างร่าเริง นี่คือการก่อกำเนิดของชุมชน ของเกษตรกรรม และของอารยธรรม